weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

How to win friend and influenced people

การตำหนิติเตียนเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ก็เพราะจะทำให้ผู้ถูกติเตียนแก้ตัวต่างๆนาๆและพยายามที่จะเข้าข้างตัวเอง การตำหนิติเตียนเป็นภัย เพราะมันสามารถทำให้จิตใจอันภาคภูมิของคนเราได้รับความปวดร้าว ทำลายความรู้สึกแห่งการเป็นคนมีความสำคัญ และก่อให้เกิดโทสะ

เราจงจำไว้ว่าการตำหนิติเตียน เปรียบเหมือนนกพิราบที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน มันจะต้องกลับมาบ้านเสมอ บุคคลที่เราจะว่ากล่าวและตำหนิมักจะแก้ตัวและเข้าข้างตัวเอง ทั้งจะโทษเราเข้าให้บ้าง

อย่าบ่นในเรื่องหิมะรกรุงรังตามหลังคาเพื่อนบ้านของท่าน ในเมื่อบันไดหน้าบ้านของท่านเองก็ยังสกปรกอยู่ " ขงจื้อ

คนโง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นที่ชอบติเตียน ปรักปรำและบ่นว่า แต่คนโง่เขลาเบาปัญญาก็ปฏิบัติเช่นนั้น คนมีอุปนิสัยอันดีงาม รู้จักควบคุมตัวเองเท่านั้นจึงจะเข้าใจผู้อื่นและยินดีอภัยให้
'พระเจ้าเองไม่เคยมีความประสงค์ที่จะตัดสินบุคคลใด จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของเขา'

ในบางครั้งมนุษย์เรากลายเป็นคนป่วย ทั้งที่มิได้ป่วยไข้ เพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นใจและความเอาใจใส่ และเพื่อจะได้รับ 'ความรู้สึกเป็นคนสำคัญ'

เราให้อาหารบำรุงร่างกายแก่ลูกของเรา มิตรสหายและพนักงานของเรา แต่เรามักจะไม่ค่อยให้อาหารใจด้วยการยกย่องชมเชยความสามารถของเขา เราเฉยเมยที่จะให้คำพูดแห่งความปรานีแก่เขาเป็นการยกย่องคำพูดซึ่งจะฝังอยู่อย่างซาบซึ้งอ่อนหวานในความทรงจำของเขาเป็นเวลานานปี

ทำไมเราจะพูดถึงสิ่งที่เราต้องการ? การกระทำเช่นนั้นเป็นลักษณะของเด็กดีๆนี่เอง มันเป็นความโง่เขลา แน่นอนเราย่อมจะต้องเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ เราเอาใจใส่ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของเราเสมอ แต่ความต้องก่รของเรา ไม่มีใครเอาใจใส่เหมือนตัวของเราเองหรอก เราทุกคนเหมือนกันทั้งนั้น เราเอาใจใส่ในสิ่งที่เราต้องการ

การที่เราจะเป็นผู้ได้รับความนิยมชมชอบจากคนทั่วไป ประสบความสุข และมีรายได้งาม เกี่ยวพันอย่างใหญ่หลวงกับความสามารถของเราในการติดต่อกับผู้อื่น

การผูกมิตรกับผู้อื่นจะสำเร็จเรียบร้อยภายในเวลา 2 เดือน ด้วยการเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อเขาผู้นั้น ซึ่งจะได้ผลยิ่งกว่าการผูกมิตรซึ่งใช้เวลา 2 ปี แต่ด้วยความพยายามให้ผู้อื่นนั้นเอาใจใส่ต่อตัวเรา ' หนังสือ how to win friend and influence people

ถ้าเราเพียงแต่พยายามจะให้ตัวเราเป็นที่น่าทึ่ง แก่ผู้อื่นและพยายามให้ผู้อื่นเอาใจใส่ต่อเรา เราจะไม่พบเพื่อนดีที่มีความซื่อสัตย์ต่อเรานัก เพื่อนดีโดยแท้จริง มิได้สร้างขึ้นมาจากการปฏิบัติเช่นนั้น

บุคคลใดที่ละเว้นการเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เพียงแต่เขาจะดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากความราบรื่น หากเขาจะเป็นมนุษย์ที่มีอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้อื่นด้วย มนุษย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ห่างไกลจากความก้าวหน้าและความรุ่งเรืองในประการทั้งปวง

การยิ้ม สิ่งง่ายๆแต่หากเข้าใจ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสำเร็จได้ การยิ้ม มีความหมายว่า 'ฉันชอบคุณ คุณทำให้ฉันมีความสุข ฉันมีความสุขมากที่ได้พบคุณ จนไม่สามารถหยุดยิ้มได้เลย' ส่วนการยิ้มแบบไม่จริงใจ ยิ้มเพราะจำเป็น มันไม่มีประโยชน์เลย เพราะไม่สามารถตบตาใครได้ มันปราศจากความจริงใจและไม่มีใครชอบมัน การยิ้มอย่างแท้จริง ยิ้มด้วยไมตรีจิต ยิ้มที่มาจากหัวใจ ยิ้มชนิดที่ถ้าเป็นสิ่งซื้อขายกันได้ก็มีราคาสูงลิบลับ ... วันนี้ยิ้มของเราส่วนใหญ่เป็นแบบไหน

ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เรามี หรือเราอยู่ในฐานะใด หรือเราอยู่ที่ไหน หรือเรากำลังทำอะไรที่ช่วยให้เรามีความสุขหรือปราศจากความสุข มันอยู่ที่เราคิดถึงสิ่งเหล่านั้นอย่างไรต่างหาก ดังที่เชกสเปียร์กล่าวไว้ว่า 'ไม่มีสิ่งใดดีหรือเลว มีแต่ความคิด ที่ทำให้เป็นเช่นนั้น'

อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวไว้ว่า 'คนส่วนมากจะมีความสุขได้มากน้อยเพียงใด แล้วแต่จะทำใจให้รู้สึกเช่นนั้น'