เมื่อเราล้มเหลว เรามักจะปล่อยให้ความและความรู้สึกลบๆเข้ามา เรารู้สึกไร้ค่า ไม่มีค่าพอ และไม่สำคัญ เราจะรู้สึกไม่มีความสุขในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนี้ ถ้าเรามีความตระหนักรู้ และหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงความสำเร็จและล้มเหลวในโลกนิยมวัตถุนี้ กับความมีค่าในตัวเองหรือระดับความนับถือตัวเอง
โชคไม่ดีเลย ที่คนจำนวนมากในโลกนิยมวัตถุให้ความสำคัญกับความมีค่าของตัวเองพอๆกับสิ่งของและอาชีพของตน ค่าในตัวตนของเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยอาชีพ บ้าน รถ บัญชีธนาคาร หรือแม้แต่ร่างกายของเรา สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงกับดักภายนอก
เราทุกคนล้วนเกิดขึ้นมาบนโลกโดยไม่มีอะไรติดตัวมาเลย เช่นเดียวกับตอนที่จากไป ระหว่างช่วงชีวิตร่างกายยังเสื่อมสลายไปอีกต่างหาก แต่ตัวตนที่แท้จริงของเราไม่เปลี่ยนระหว่างนั้น ตัวตนของเราถูกแสดงออกมาจากจิตวิญญาณ มันเป็นเนื้อแท้ เปีนวิญญาณของเรา มันคงที่ ไม่รู้จบ เป็นอมตะ
คนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาสวยเก๋ ซึ่งเจาะจงลงทุนโดยมีเป้าหมายเป็นความอ่อนแอของเรา ให้พ่ายแพ้กับมัน เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะถูกดึงดูดเข้าไปหาสิ่งเย้ายวนใจ การเชื่อมโยงความมีค่าทางบวกของตัวเอง กับวัตถุภายนอกที่น่าหลงใหลนั้นน่าสนใจกร่าการเชื่อมโยงความมีค่าบวกของตนเองกับตัวตนของเราเองมากนัก เพราะคนส่วนใหญ่ใม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ขาดแคลนความนับถือตนเอง และความมั่นใจในตนเอง เกมที่เขาเล่นมีเพียงอย่างเดียวคือ 'เฮ้ ดูซิว่าฉันมีอะไร และได้โปรดมองข้ามตัวตนของฉันไป'
การตั้งความมั่งคั่งรำ่รวยเป็นเป้าหมายนั้น ไม่มีทางทำให้เราเติมเต็มได้ แก่นแท้ของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้มา มันขึ้นอยู่กับ'การให้ กฏแห่งการแลกเปลี่ยนร่วมกันกล่าวว่า เราต้องเป็นผู้ให้เสมอถ้าต้องการเป็นผู้รับ เราจะค้นพบตัวเราจากการเป็นผู้ให้ การเอาใจเขามาใส่ใจเราทำไม่ง่าย แต่มันเป็นสิ่งที่จะเก็บเกี่ยวของขวัญลำ้ค่าอันแท้จริง
ในความรักแท้ ไม่มีความลำบากตรากตรำอยู่หรอก เพราะความตรากตรำที่ว่า เป็นความพึงพอใจในตัวมันเอง ความสุขนั้นอยู่ระหว่างกระบวนการ ไม่ว่าผลลัพท์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม