weenalovecookie

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สร้างความรู้สึกแห่งชัยชนะ

สร้างความรู้สึกแห่งชัยชนะ: ทุกคนอยากรู้สึกเป็นผู้ชนะ เราจะรู้สึกเป็นผู้ชนะได้จากการทำงานชิ้นหนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์ 100% เมื่อเราทำแบบนี้ซำ้แล้วซำ้เล่า ในที่สุดเราก็จะเพาะนิสัยการทำงานที่เริ่มต้นไว้ต้องเสร็จสมบูรณ์ เมื่อนิสัยนี้ฝังลึกลงไปในตัวเรา ชีวิตเราก็จะเริ่มพัฒนาในด้านต่างๆที่เราไม่อาจนึกฝันได้ในวันนี้

สิ่งที่กลับกันที่เป็นจริงเช่นกันคือ การกระทำที่ไม่สมบูรณ์คือ บ่อเกิดของความเครียดและความหงุดหงิด ความทุกข์ของคนส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการที่พวกเขาไม่สามารถฝึกวินัยให้ตัวเองทำงานสำคัญหรือความรับผิดชอบที่สำคัญให้เสร็จสมบูรณ์ได้

ถ้าเราได้รับมอบหมายงานที่สำคัญแล้วเราผัดผ่อนออกไป ยิ่งเรารอนานเท่าไหร่กว่าจะเริ่มต้นทำงานได้ กำหนดเส้นตายก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เราก็จะเริ่มเครียดตามเวลาที่ผ่านไป นอนไม่หลับ มีผลต่อบุคลิกภาพครุ่นคิดถึงสิ่งที่ค้างคา แต่เมื่อเราตัดสินใจลงมือทำจนเสร็จ เราจะรู้สึกโล่งสบายทันที แล้วทำไมถึงจะทำร้ายตัวเองอยู่

มันแทบจะเหมือนกับว่าธรรมชาติได้ให้รางวัลเรา สำหรับทุกอย่างที่เราทำซึ่งเป็นเรื่องดีและช่วยส่งเสริมชีวิต ในขณะเดียวกันธรรมชาติก็จะลงโทษเราด้วยความเครียดและความไม่พึงพอใจเมื่อเราล้มเหลวที่จะทำงานและผลักดันตัวเองไปสู่เป้าหมายและผลลัพท์ที่สำคัญของตัวเอง

เป้าหมายหรือการตัดสินใจที่ปราศจากกำหนดเส้นตาย เป็นเพียงแค่การพูดเพ้อเจ้อที่ไม่มีพลังอยู่เบื้องหลังมัน จำไว้ว่าเราไม่สามารถยิงเข้าเป้า ที่เรามองไม่เห็นได้

กินช้าง: เราจะกินช้างได้อย่างไร คำตอบ: กัดทีละคำ อุปมาอุปมัยนี้ สามารถนำมาใช้ในการที่จะบรรลุเป้าหมายใหญ่ๆทุกอย่างได้ วิธีที่จะบรรลุเป้าหมายใหญ่คือ ย่อยลงให้เป็นขั้นเป็นตอน เหมือนกัดทีละคำ

คนที่สนใจในความสำเร็จ ต้องเรียนรู้ที่จะมองความล้มเหลวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ดี ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของกระบวนการก้าวขึ้นสู่สุดยอด ' จอยซ์ บราเธอร์ส

เราคิดว่าผู้คนพยายามบรรลุเป้าหมายใหม่ของพวกเขากี่ครั้งก่อนจะยอมแพ้ ถ้าเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ครั้ง แสดงว่าคนส่วนใหญ่ยอมแพ้ก่อนจะพยายามครั้งแรกด้วยซำ้ และเหตุผลที่พวกเขายอมแพ้เพราะอุปสรรค ความยากลำบาก ปัญหาที่กีดขวางที่จู่ๆก็ปรากฏทันที ที่พวกเขาตัดสินใจ จะทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

คนที่ประสบความสำเร็จมักจะล้มเหลวบ่อยกว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คนที่ประสบความสำเร็จจะพยายามทำอะไรๆมากกว่า แล้วก็ล้มเหลว แต่ก็ลุกขึ้นมาใหม่ แล้วพยายามซำ้แล้วซำ้อีก ก่อนที่พวกเขาจะชนะในที่สุด คนที่ไม่ประสบความสำเร็จจะพยายามทำแค่ 2-3 อย่างถ้าพวกเขาคิดจะทำ แล้วไม่นานก็เลิก และกลับไปหาสิ่งเดิมๆที่พวกเขากำลังทำอยู่เมื่อก่อนหน้านี้

ความล้มเหลวชั่วคราว มักจะมาก่อนความสำเร็จเสมอ; เราควรคาดหวังว่าจะต้องล้มเหลวและไปไม่ถึงดวงดาวหลายต่อหลายครั้งก่อนืี่จะบรรลุเป้าหมาย เราควรมองความล้มเหลวและปราชัยชั่วคราว ว่าเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่เราต้องจ่ายบนถนนสู่ความสำเร็จที่เราจะต้องบรรลุอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เฮนรี่ ฟอร์ด เคยพูดไว้ว่า 'ความล้มเหลวเป็นเพียง โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างชาญฉลาดมากขึ้น'

คนที่ประสบความสำเร็จคิดถึงวิธีแก้ไขเกือบตลอดเวลบ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จคิดถึงปัญหาและความยากลำบากเกือบตลอดเวลา คนที่ชอบคิดถึงแนวทางแก้ไขมักจะมองหาวิธีเอาชนะ วิธีเลี่ยง และผ่านอุปสรรคที่ขวางทาง คนที่ชอบคิดถึงแต่ปัญหาจะพูดถึงแต่ปัญหา พูดถึงใครหรืออะไรที่ก่อให้เกิดปัญหา พูดว่าพวกเขาโกรธหรือไม่มีความสุขขนาดไหนและมันโชคร้ายอย่างไรที่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่คนที่ชอบแก้ปัญหาจะตั้งคำถามว่า เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรแล้วลงมือจัดการกับปัญหานั้น

อุปสรรคสำคัญระหว่างคุณกับเป้าหมายของคุณ มักจะเป็นอุปสรรคทางใจ เป็นเรื่องของจิตใจ ความรู้สึก มันอยู่ในตัวเรามากกว่าอยู่ในสภาพแวดล้อม และอุปสรรคทางใจนี้เอง ที่เราต้องจัดการถ้าเราอยากบรรลุทุกอย่างที่เป็นไปได้สำหรับตัวเอง

อุปสรรคสำคัญ 2 อย่างต่อความสำเร็จและการบรรลุเป้าหมายคือ 1) ความกลัว กลัวว่าจะล้มเหลว กลัวความยากจน กลัวการสูญเสีย กลัวการอับอาย หรือถูกปฏิเสธ ด้วยเหตุนี้จำนวนครั้งเฉลี่ยที่ผู้คนพยายามจะบรรลุเป้าหมายจึงน้อยกว่า 1 ครั้ง ทันทีพวกเขาคิดถึงเป้าหมาย ความกลัวเหล่านี้จะอยู่เหนือพวกเขา และดับความปรารถนาของพวกเขาลงสิ้นเชิง ประดุจนำ้หนึ่งถัง ที่ใช้ราดดับไฟกองเล็กๆ

อุปสรรคทางใจอย่างที่ 2 คือ ความสงสัยในตัวเอง เราสงสัยในความสามารถของตัวเอง เราเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และคิดว่าผู้อื่นฉลาดกว่า ดีกว่า มีความสามารถมากกว่า เราคิดว่า 'ฉันเก่งไม่พอ' และตำ่ต้อยเกินไปสำหรับการรบรรลุเป้าหมายยิ่งใหญ่ ที่เราได้แต่ 'อยาก' ให้สำเร็จเหลือเกิน

ยาแก้ขนานเอกสำหรับความกลัวและความสงสัยคือความกล้าหาญและความมั่นใจ หากมี 2 อย่างนี้ในระดับสูง ก็จะทำให้ความหวาดกลัวและความสงสัยอยู่ในระดับตำ่ เหมือนเล่นไม้กระดก ผลที่ตามมาเราจะเปลี่ยนมุมมองลบๆของตัวเอง เป็นมุมใหม่ที่เป็นบวกมากขึ้นเรื่อยๆ

ความหวาดกลัวและความสงสัยส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้และความรู้สึกว่าไม่เก่ง ดังนั้นหากเราเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายมากเท่าไหร่ ความกลัวและความสงสัยก็จะลดลงและแทนที่ด้วยความกล้าหาญและมั่นใจ