รวมทุกเรื่องไม่ว่าจะแต่งตัวทั้งหญิงและชาย สไตล์โค้ชวีณา มุมมอง ความคิด อาชีพ Image Coach Inspiration ที่อ่านแล้วสปาร์คๆ จากใจถึงใจ เราไปด้วยกันคะ
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
องค์ประกอบของความสำเร็จ
นโปเลียน ฮิลล์ เคยพูดไว้ว่า 'สิ่งใดก็ตามที่สมองสามารถเข้าใจและเชื่อได้ จะสามารถทำให้สำเร็จได้' สมองเป็นเครื่องมืออันทรงพลัง มันสามารถมอบเกือบืุกสิ่งที่คุณต้องการได้ แต่คุณเองต้องเชิ่อว่า สิ่งที่คุณต้องการนั้นเป็นไปได้
เหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลายล้วนมาพร้อมกับเมล็ดพันธ์แห่งผลประโยชน์ที่เท่าเทียมหรือเหนือกว่า " นโปเลียน ฮิลล์.
เราจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ดึงศักยภาพของตัวเองออกมา เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย จงทำให้แน่ใจว่าได้เขียนเป้าหมายยากๆไว้ด้วย เพราะมันจะดึงศักยภาพของเราออกมา เป้าหมายที่บีบให้เราต้องเติบโตขึ้นเพื่อบรรลุผลสำเร็จนั้นมีประโยชน์ การมีเป้าหมายที่ทำให้เร่รู้สึกอึดอัดบ้างเล็กๆน้อยๆถือเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากจะทำให้เราประสบความสำเร็จทางวัตถุแล้ว ยังทำให้เราเป็นผู้ชำ่ชองการใช้ชีวิตด้วย เพราะการที่จะทำอย่างนั้นได้ต้องอาศัยการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การขยายมุมมองเพื่อให้เห็นความเป็นไปได้ การสร้างสัมพันธ์ใหม่ๆ และการเรียนรู้ที่จะเอาชนะความกลัว ความลังเล และอุปสรรค
สร้างเป้าหมายแบบก้าวกระโดด มันจะเป็นการกระโดดจากที่หนึ่งไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในทันใด เพราะเราส่วนใหญ่จะตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองซึ่งจะเป็นการปรับปรุงตัวเองเล็กๆน้อยๆ เหมือนกับการขว้างลูกอเมริกันฟุตบอลให้ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นแค่ 4 หลา แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทันทีที่คุณลงสนามแล้วขว้างลูกเดียวกันได้ไกลถึง 50 หลา ทำให้การบรรลุเป้าหมายเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง มันจึงเป็นเป้าหมายที่ควรค่าแก่การไล่ล่่าด้วยความกระตือรือร้น เป็นสิ่งที่ต้องรีบทำให้สำเร็จใช่หรือไม่
เป้าหมายเดียวไม่พอ: ถ้าคุณเบื่อหน่่ายกับชีวิต ถ้าคุณไม่ได้ตื่นนอนทุกเช้ามาพร้อมกับความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะทำสิ่งต่างๆ นั่นหมายความว่าจำนวนเป้าหมายของคุณยังไม่มากพอ " ลู โฮล์ทซ์
เมื่อคุณตั้งเป้าหมาย จะมี 3 สิ่งเกิดขึ้นนั่นคือ ความกังวล ความกลัวและสิ่งกีดขวาง อันที่จริงแล้ว ทั้งสามสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ นั่นหมายความว่าคุณยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้ใหญ่พอที่จะดึงศักยภาพของคุณออกมาและทำให้คุณสามารถเติบโตขึ้นได้หมายถึง ยังไม่ใช่การพัฒนาตัวเองอย่างแท้จริง
ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการเอาชนะความกังวล ความกลัวและสิ่งกีดขวาง ไม่ใช่การตอบแทนในรูปวัตถุต่างๆ แต่เป็นการพัฒนาตัวเองที่เราจะได้รับในระหว่างการเดินตามเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นั้น การจะบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้นั้น เราต้องกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ด้วย เราต้องพัฒนาทักษะ ทัศนคติ. และความสามารถใหม่ๆ พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เมื่อทำเช่นนี้แล้วศักยภาพของเราจะสูงขึ้นตลอดเวลา
ความลับของการก้าวไปข้างหน้าคือ การเริ่มต้น
ความลับของการเริ่มต้นคือ การแบ่งงานซับซ้อนที่มีอยู่ล้นมือ ให้เป็นงานเล็กๆที่สามารถจัดการได้
จากนั้นจึงเริ่มทำงานชิ้นแรก ". มาร์ก ทเวน
ปัญหายากๆที่เราต้องเผชิญ ไม่อาจแก้ได้ด้วยการใช้ความคิดแบบเดียวกับที่สร้างมันขึ้นมา " อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
การนึกภาพ visualization เป็นการสร้างภาพที่มีพลังในจินตนาการของเรา อาจเป็นเครื่องมือของความสำเร็จที่อาจถูกใช้น้อยที่สุด ทั้งที่มันจะช่วยให้เราสามารถถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นอย่างมาก
1) การนึกภาพจะกระตุ้นจิตใต้สำนึกของเรา
2) การนึกภาพช่วยให้สมองแน่วแน่ โดยอาศัยการตั้งโปรแกรมให้กับระบบจิตใต้สำนึกหรือ reticular activating system (ras) เพื่อให้สามารถสังเกตุเห็นทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่ แต่ไม่อาจสังเกตุเห็นก่อนหน้านี้
3) การนึกภาพจะดึงดูดผู้คน ทรัพยากรต่างๆ โอกาสที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายของเราเข้ามา
การนึกภาพช่วยให้ผลงานดีขึ้นอย่างไร
ในแต่ละวัน เมื่อเรานึกภาพเป้าหมายราวกับว่า มันสำเร็จแล้ว มันเกิดขึ้นแล้ว จะเกิดความไม่สอดคล้องขึ้นมาในระดับจิตใต้สำนึกของเรา ระหว่างภาพปัจจุบันที่เราอยู่กับภ่พในจิตนาการของเรา จิตใต้สำนึกของเราจะพยายามเยียวยาความไม่สอดคล้องนั้น ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันของเรา ไปสู่อนาคตใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นกว่า เมื่อเวลาผ่านไปความไม่สอดคล้องจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะการนึกภาพอย่างต่อเนื่องจะมี3 สิ่งเกิดขึ้น
1) มันจะกำหนดระบบประสาทที่ทำให้จิตใต้สำนึกตื่นตัว (ras)ให้เริ่มเปิดรับบางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย
2) มันจะกระตุ้นจิตใต้สำนึกของเรา ให้สร้างทางออกเพื่อไปให้ถึงยังเป้าหมายที่เราต้องการ เราจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับความคิดใหม่ๆ ที่บางที่ก็โผล่มา ตอนอาบน้ำ ขับรถฯ
3) มันจะเพิ่มแรงจูงใจของเรา เราจะเริ่มสังเกตุเห็นว่าตัวเองทำสิ่งต่างๆซึ่งพาตัวเองไปสู่เป้าหมายโดยไม่ได้คาดคิดเอาไว้ ทั้งหมดจะเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด เช่นการยกมือตอบ การออมเงิน ขยันมากขึ้น การชำระบัตรเครดิตจนหมด หรือตัดสินใจเสี่ยงมากขึ้นในชีวิตส่วนตัว
งานเลี้ยงที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้
ในปี 1986 มีงานเลี้ยงหนึ่งของ ไดอาน่า ฟอน เวละเนตซ์ ร่วมกับนิตยสารอินไซด์เอดจ์ จัดงานที่ส่งผลกระทบมหาศาลกับชีวิตผู้คน งานนี้ชื่อ " มาในแบบคุณจะเป็นในปี 1991" ในงานเลี้ยงทุกคนต้องแต่งตัว ใช้อุปกรณ์ประกอบความฝันของตัวเองในปี 1991 ไม่ว่ารางวัล เช็คมูลค่ามหาศาล บ้านหรือคฤหาสน์ พูดคุยกันประหนึ่งว่ามันเป็นไปตามนั้นแล้วจริงๆ และงานนี้ก็ได้สร้าง ซูซาน เจฟเฟอร์ส จากไม่มีผลงานให้กลายเป็นนักเขียนหนังสือขายดีถล่มทลายทั่วโลกอย่าง Feel the fear and do it away. และ Jack Canfield กับหนังสือที่ขายดีติดอันดับ chicken soup of the sole และได้รางวัลสุดยอดหนังสือขายดี 7 เล่มใน new York time
สิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราคิด หรือสิ่งที่เราเชื่อ ท้ายที่สุดแล้วจะมีผลน้อยมาก ผลที่เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่เราทำเท่านั้น " จอห์น รัสกิน