ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือ ความคิด เพราะเป็นสิ่งที่กำหนดการกระทำ ก่อนที่การกระทำจะนำไปสู่ผลลัพท์ที่คิดไว้ เรื่องที่เกิดขึ้นจริงคือ เรามักกำหนดขอบเขตความเป็นไปได้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะมัวไปเชื่อในขอบเขต กรอบความคิด ความเชื่อของใครคนอื่นที่มากำหนดให้ อยาาหลงเชื่อความคิดเชิงลบที่จะถูกป้อนเข้ามาในความคิดคุณ หันหลังให้กับความหวาดกลัว กล้าคิด กล้าฝัน กล้าตั้งเป้าหมาย และกำหนดความเป็นไปได้ด้วยตัวคุณเอง ศักยภาพที่แท้จริงของคุณ รอการปลดปล่อยออกมา เพื่อนำชีวิตไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ ถ้าคุณคิดว่า ทำได้ คุณก็ทำได้
คนส่วนใหญ่ไม่เคยเชื่อว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จได้ ในความเป็นจริงการที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายได้นั้นมีกฏพื้นฐานหลักๆสำหรับผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จสามารถใช้เป็นแนวทางได้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำตัวเองให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมหรือเหมาะสมในการบรรลุเป้าหมายได้ จึงไม่แปลกที่คนจำนวนมากต่างรู้สึกว่าตัวเองทำได้แค่วิ่งตามเป้าหมายอย่างสิ้นหวัง และมักจะจบลงด้วยมือเปล่า
Impossible is nothing
ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเราเคยมีฝัน ฝันที่ยิ่งใหญ่ เคยมีช่วงเวลาที่เราใฝ่ฝันอยากจะเป็นใครสักคน เป็นอะไรสักอย่างหรือเดินทางรอบโลก หรือประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่บางเรื่อง แต่เมืีอชีวิตดำเนินไปๆ ผู้คนหลายล้านคนต่างพากันหลงลืมความฝันนี้เสียสิ้น ลืมไปแม้กระทั่งความจริงที่สำคัญว่าเราคือผู้กำหนดชะตาของเราเอง รวมทั้งเป็นผู้กำหนดบทสรุปให้กับตัวเอง
มีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปดินเหนียวของวัดแห่งหนึ่งไปยังอีกทีหนึ่ง ระหว่างทางเมื่อรถเครนยกพระพุทธรูปขึ้นมาเดินไปได้สักพัก ก็มีฝนตกอย่างหนัก เนื่องจากพระพุทธรูปนั้นมีน้ำหนักมากทำให้เกิดรอยแตกร้าว ซ้ำร้ายฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา คณะเกรงว่าพระพุทธรูปจะได้รับความเสียหายจึงตัดนินใจใช้ผ้าคลุมและตัดสินใจรอจนวันต่อไป คืนนั้นมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเห็นแสงวาววับจากพระพุทธรูปนั้น ด้วยความสงสัยจึงได้ใช้ชะแลงมาสะกัดดินเหนียวชั้นนอกออก สิ่งที่ได้เห็นเบื้องหน้าคือ พระพุทธรูปนั้นหาใช่พระพุทธรูปดิตเหนียวไม่ หากแต่เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ขนาดใหญ่โตมโหฬาร นักโบราณคดีเชืีอว่าสมัยสงครามไทยเกรงว่าพม่าจะทำลายองค์พระพุทธรูปทองคำจึงได้ช่วยกันเอาดินเหนียวมาห่อหุ้มไว้ แต่พระเหล่านั้นเสียชีวิตในสงครามจึงไม่มีใครบอกเล่าเรืีองราวนี้
เช่นเดียวกับองค์พระพุทธรูปทองคำ เราทุกคนต่างมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่และความยอดเยี่ยมอยู่ในตัวเอง แต่เนื่องจากการต้องต่อสู้กับเรื่องราวมากมายของชีวิต เราจึงมองเห็นแค่ผิวชั้นนอกของชั้นดินที่ห่อหุ้มตัวเราเองอยู่ แต่กลับมองไม่เห็นทองคำภายในตัวเอง
" Champions are born and then unmade."Converse
แชมเปี้ยนเกิดขึ้นมา แต่ถูกทำให้หลงลืมความยิ่งใหญ่ที่มีของตน
เชืีอหรือไม่ว่า เด็ก ป.6 จะได้ยินคำพูดทำนอง 'อย่าน่ะลูก อย่าทำ อย่าคิดอย่างนั้น หนูทำไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าทำเดี๋ยวคอยดูเถอะ.. อย่า, ไม่, เป็นไปไม่ได้, ไม่ดี, ไม่ถูก,ฯนนน' จนมีคำกล่าวว่า 'เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเป็นอัจฉริยะ แต่ไม่นานนัก เด็ก 9,999 คนจาก 10,000 คน จะสูญเสียความเป็นอัจฉริยะนั้นไป เมื่อโตขึ้น"
คนเราส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้ที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงได้ย่อมต้องมีทักษะความสามารถที่พิเศษที่สุด ดร เบนจามิน บลูม ได้ทำการศึกษากับสุดยอดศิลปิน นักกีฬา และนักเรียนทุนกว่า 120 คน เขาสรุปว่าความเชื่ิอเดิมนั้นไม่เป็นจริงแม้แต่น้อย ปัจจัยความสำเร็จมาจากความมุ่งมั่นทุ่มเท มากกว่าการมีพรสววรค์หรือทักษะพิเศษใดที่โดดเด่นกว่าคนอื่น
คนจำนวนมาก เลือกที่จะยอมละทิ้งความฝันของตัวเองไปง่ายๆก่อนที่จะเริ่มพยายามด้วยซ้ำ เพราะความกลัวสารพัดอย่างที่อยู่ในใจเขา กลัวถูกปฏิเสธ กลัวล้มเหลว กลัวคนอื่นมองไม่ดี สุดท้าย้แล้วเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังกลัวที่จะประสบความสำเร็จ ลงท้ายก็ใช้ชีวิตอยู่ไปโดยไม่มีความสุข ได้แต่มองคนอื่นก้าวเข้าสู่เป้าหมายคนแล้วคนเล่า ได้แต่พูดเปรียบเทียบ และโทษว่าคนอื่นๆโชคดี และมีพร้อมมากกว่าตน
คนกลุ่มใหญ่ เลือกที่จะยอมให้ความล้มเหลวในอดีตมาเป็นตัวกำหนดอนาคต และยอมรับง่ายๆว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะทำอะไรก็พลาดก็ล้มเหลวมาโดยตลอด
คนที่ล้มเหลวมักจะหาเหตุผลมารองรับ ว่าอะไรทำให้ตนเองไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องต่างๆ แต่สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ เขาจะมองหาเหตุผลที่จะทำให้สิ่งต่างๆเป็นไปอย่างที่ต้องการ