เหตุการณ์ภายนอกทั้งหมด มีลักษณะเป็นกลางในตัวของมันเอง จนกระทั่งคุณตอบสนองต่อมันในเชิงความนึกคิดและมอบหัวข้อเชิงอารมณ์แก่มัน ประมาณ 90% ของความกลัวทั้งหลายเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในจินตนาการทั้งสิ้น มันเป็นผลผลิตของความนึกคิดของคุณ และก็ไม่มีตัวตนอยู่ในความเป็นจริงแต่อย่างใด น่าเสียดายคุณถูกเหยียบย่ำบ่อยครั้งเป็นส่วนมากโดยแรงพลังที่ตัวคุณเองสร้างขึ้น ดังคำกล่าวของ รัดยาร์ด คลิปลิง กวีชาวอังกฤษกล่าวไว้ว่า 'ในจำนวนข้อโกหกทั้งหมดในโลก บางครั้งที่แย่ที่สุดก็คือ ความกลัวของคุณเอง'
มุ่งเน้นไปที่ปัจจุบัน จะช่วยให้คุณออกห่างจากการขุดสิ่งที่เกิดในอดีตขึ้นมา แล้วจินตนาการซ้ำไปซ้ำมาจนมันเกิดอีกในอนาคต มันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับประสบการณ์ความกลัว หากคุณนึกคิดอยู่แต่เวลาปัจจุบันและมุ่งเน้นเพียงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ คุณได้รับประสบการณ์ความกลัวเพราะมองย้อนกลับเข้าไปในอดีต คุณเอาแต่ลดค่าของปัจจุบัน และสาบแช่งอนาคตเมื่อคุณมุ่งเน้นไปที่ความล้มเหลวต่างๆในอดีต
หากคุณต้องการที่จะปลูกเมล็ดพันธ์ข้าวให้เจริญเติบโต แรกเริ่มคุณต้องหาเมล็ดพันธ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง และคุณก็ต้องทำเช่นเดียวกันกับจิตใต้สำนึกของคุณ ซึ่งเป็นสวนของจิตใจอันมีปุ๋ยอุดมสำหรับปลูกเมล็ดพันธ์ เช่นเดียวกับที่คุณจำเป็นต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ที่คุณต้องการเก็บเกี่ยว คุณก็จำเป็นต้องปลูกความคิดที่สามารถเปลี่ยนวิธีที่คุณ 'มองเห็น' ตัวคุณเองในจิตใจ การล้มเหลวที่จะทำเช่นนี้จะปล่อยให้ดินว่างแล้ววัชพืชที่เลวร้ายก็จะงอกเงยขยายพันธ์ุไปโดยปริยาย
ความสามารถของคุณที่จะประสบความสำเร็จในงานหนึ่งๆ เป็นสัดส่วนโดยตรงกับความสามารถของคุณที่จะเห็นตัวเองกำลังได้ผลลัพท์เฉพาะนั้น ที่คุณต้องการในจินตนาการของคุณเสียก่อน จนกว่าที่คุณจะเชื่ออย่างจริงใจว่าคุณสามารถทำสิ่งนี้และสามารถมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนเหมือนจริงว่าตัวเองกำลังบรรลุผลในสิ่งนี้ในจิตใจคุณก่อนเท่านั้น ที่คุณจะสามารถหวังได้ว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงในชีวิตได้ เช่นคำที่ว่า ขยะเข้าเท่ากับขยะออก เปลี่ยนข้อมูลขาเข้าแล้วคุณก็จะเปลี่ยนข้อมูลขาออก สิ่งที่คุณเห็นคือ สิ่งที่คุณได้
ผู้คนและสิ่งต่างๆไม่ได้ทำให้เราอารมณ์เสีย ทว่าเป็นตัวเราเองที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น มากกว่าปัจจัยเดี่ยวๆอื่นใดในชีวิต ท่าทีเฉพาะบางอย่างของคุณในการคิด จะกำหนดวิธีที่คุณรู้สึกและประพฤติออกมา คนที่ยกสถานการณ์ในชีวิตของตัวเองให้แก่เหตุการณ์ภายนอก ก็มักจะมองหาทางแก้ที่อยู่ภายนอก ซึ่งโอกาสที่จะสมหวังก็จะขึ้นอยู่กับภายนอก ที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้ คนจึงมักเกิดความขุ่นข้องหมองใจ อึดอัด ขมขื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่เขายอมรับและย้ายปัจจัยมาอยู่ที่ภายในหรือที่ตัวเอง การจะสุขหรือทุกข์จะกลายเป็นปัจจัยที่สามารถคุมได้ด้วยตัวเอง มีเพียงเหตุนี้ที่นั้นที่สุขหรือทุกข์ขึ้นอยู่กับเราจริงๆ
จอห์น วูดเดน โค้ชบาสเกตบอลยูซีแอลเอ กล่าวไว้ว่า 'สิ่งต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับคนที่ทำดีที่สุดกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น'
เรามีทางเลือกทุกวันในเรื่องทัศนคติที่เราจะนำมาใช้ในวันนั้น เราไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้ เราไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คน ก็จะเป็นในลักษณะที่เขาเป็น ทำในลักษณะที่เขาทำ สิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้คือ เล่นดนตรีในสายที่เรามี นั่นคือ ทัศนคติของเรา ชีวิตคือ สิ่งที่เกิดจริง 10% และสิ่งที่เรามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อมัน 90% เราเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อทัศนคติของเรา
ผู้คนมีนิสัยที่ชอบนำเอาสิ่งที่ตนเองมี ไปใส่ข้อจำกัดต่างๆให้กับตนเอง พวกเขาชอบที่จะเชื่อว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะ... แทนที่จะคิดถึงสิ่งที่เขาทำได้ ความคิดนี้มีแต่ฉุดรั้ง ไม่ให้คุณใส่ความพยายามลงไปในเรื่องที่คุณอาจไม่รู้ว่า คุณสามารถ มันเลยทำลายโอกาสและทำให้คุณอย่างจำกัดตามที่คุณคิดจริงๆ
คุณไม่มีวันพ่ายแพ้ จนกว่าคุณจะยอมรับว่ามันเป็นจริง และตัดสินใจที่จะหยุดความพยายาม ... นั่นต่างหาก ที่จะทำให้คุณแพ้จริงๆ
จะมีความถดถอยและความผิดหวังอยู่เสมอระหว่างการติดตามเป้าหมายที่คุ้มค่าใดๆ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความจริงง่ายๆที่ว่า มันเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งใดๆในครั้งแรก ความล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญและเป็นส่วนอันจำเป็นของกระบวนการสู่ความสำเร็จ ไม่มีใครเรียนรู้ที่จะเดิน ขี่จักรยาน หรือขับรถยนต์ได้จากการพยายามครั้งแรก ความกลัวความล้มเหลวเป็นเหตุผลหลักประการแรกที่คนส่วนมากไม่ตั้งเป้าหมายะท้าทายเสียแต่เริ่มต้น พวกเขาไม่มีภาพแห่งตนที่จะอยู่กับความเป็นไปได้ของความล้มเหลว แต่คุณไม่มีวันพ่ายแพ้จนกว่าคุณจะยอมรับว่ามันเป็นความจริง และตัดสินใจที่จะหยุดคสามพยายาม นั่นคือความเชื่อหลักประการหนึ่ง