ต่อไปนี้คือสถิติ เมื่อนำคน 100 คนที่มีอายุ 25 ปี มาศึกษาความก้าวหน้าในชีวิต เมืีอพวกเขาอายุครบ 65ปี ผลปรากฏว่า 1 คนจะมั่งคั่ง 4 คนจะมีอิสรภาพทางการเงิน 15 คนจะมีเงินเก็บปานกลาง และที่เหลืออีก 80 คนจะถังแตกโดยสิ้นเชิง อยู่อย่างไม่มีเงินเก็บและอาศัยบำนาญเล็กๆน้อยๆหรือประกันสังคมไปตลอดชีวิต หรือกล่าวได้ว่า จากคน 100 คนที่กำลังทำงานอยู่ในเวลานี้ มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่จะลงเอยด้วยการมีอิสรภาพทางการเงิน หรือโอกาสคือ 1 ใน 20 เท่านั้น
จริงๆแล้วในช่วงยุคเรานี้ เป็นสังคมที่ร่ำรวยและมั่งคั่งที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกมา ทว่าหลายคนยังไม่มีความสุขกับสิ่งที่พวกเขามี พวกเขาไม่มีความสุขกับงานของตน การแต่งงานของตน รายได้ของตน หรือไม่มีความสุขกับตัวของเขาเอง ผู้คนกินมากเกินไป ดื่มมากเกินไป สูบบุหรี่มากเกินไป ผู้คนที่อยู่กับปัญหาเหล่านี้ ขาดทิศทางในชีวิตของตน ดังที่ ซิก ซิกลาร์กล่าวไว้ว่า " พวกเขาทำสิ่งทั่วๆไป อย่างไร้จุดหมาย แทนที่จะทำสิ่งที่เฉพาะเจาะจงแบบมีจุดหมาย"
คนส่วนใหญ่ ไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไรจริงๆในชีวิต พวกเขารับเอาแต่สิ่งที่ถูกส่งมาให้ในหนทางของตน และเมื่อเห็นว่ามันไม่เพียงพอ พวกเขาก็พยายามที่จะเอาให้มากขึ้น แต่ไม่มีจุดใดในเส้นทางที่พวกเขาจะเข้าไปรับผิดชอบในการกระทำหรือ ผลลัพท์ของพฤติกรรมของตน บุคคลที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด ไม่มีความหวังที่จะไปถึงที่นั่นเลย
สำนึกที่รุนแรงของจุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงทั้งมวลที่มีความหมาย จุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดทิศทาง ความหมาย และความคาดหวังเชิงบวก ด้วยแต่ละขั้นตอนของการก้าวไปข้างหน้าก่อให้เกิดสำนึกของความสมหวัง ด้วยสำนึกของความสมหวัง ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ความรู้สึกดีๆที่เกี่ยวเนื่องตามมาพร้อมกับความนับถือตนเองและการรู้ค่าตนเองในระดับสูง คุณรู้สึกว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายหลักที่ไหนสักแห่ง รู้สึกว่าตนเองกำลังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ และรู้สึกว่าความก้าวหน้านี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากแรงพยายามของคุณเอง
คุณจะมีขนาดเล็กเท่ากับความปรารถนาที่คุณควบคุมไว้ให้เล็กๆ และ คุณใหญ่เท่ากับความทะเยอทะยานที่สูงส่งที่กำลังครอบงำคุณ 'เนินเขาจะกลายเป็นเหยื่อที่พิชิตง่าย เมื่อเป้าหมายของคุณ คือ การปีนภูเขาสูง
จุดที่คนส่วนใหญ่ล้มเหลว คือ พวกเขาไม่เคยตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่ คนส่วนมากล่องลอยไปในชีวิต ต้องการสิ่งต่างๆมากมายหลายอย่างเหลือเกิน แต่ไม่ต้องการหนึ่งสิ่งใดที่มากกว่าที่เหลือทั้งหมด พวกเขาลงเอยด้วยการตกลง ณ จุดที่อยู่ห่างมากมายจากจุดที่สามารถจะไปถึงได้ ดังนั้น สิ่งแรกที่สำคัญที่คุณต้องทำ คือ ตัดสินใจ ว่าคุณต้องการอะไร สิ่งที่สอง คือ วินิจฉัยถึงราคาที่คุณต้องจ่ายเพื่อให้ได้มันมา แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะจ่ายราคานั้น แต่หลายคนที่ผ่านขั้นตอนแรก ไม่เคยไปถึงขั้นตอนที่สอง พวกเขาไม่เคยตระหนักว่ามีราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความสำเร็จ
เป้าหมายใหญ่ที่ท้าทายเท่านั้น สามารถให้ความหมายและจุดมุ่งหมายแก่ชีวิตของคุณ มันให้บางอย่างแก่คุณที่จะเล็ง ที่จะทำงานไปสู่ และที่จะมองไปข้างหน้าหามัน โดยปราศจากเป้าหมาย คุณจะล่องลอยไปเรื่อยๆรอบๆราวกับไก่ที่ไร้หัว ไม่มีทิศทางเชื่อมต่อกับแรงพยายามของคุณ โดยที่คุณไม่สามารถสัดความก้าวหน้าใดๆ คุณไม่สามารถรู้สึกได้ถึงสำนึกของความสำเร็จใดๆ
ไม่เจ็บปวดซะบ้าง ย่อมไม่มีกล้ามขึ้น (No pain, no gain) เมื่อไร้เป้าหมาย ย่อมไม่มีชัย
แม็กเวล มอล์ซ ได้เปรียบเทียบจิตใจของมนุษย์กับระบบวิ่งเข้าหาเป้าหมายของตอร์ปิโด หรือระบบนำทางอัตโนมัติในเครื่องบิน เมื่อตอร์ปิโดล็อคเป้าแล้ว ระบบทุกอย่างจะปรับจูนจนกระทั่งมันเข้าชนเป้าหมายสำเร็จ หากล้มเหลวที่จะล็อคเป้าหมาย ตอร์ปิโดจะวิ่งวนเป็นวงกลมราวกับเรือที่ไม่มีพายและในที่สุดเชื้อเพลิงก็จะหมด ทำนองเดียวกัน ผู้คนที่ปราศจากเป้าหมายก็ล่องลอยไปรอบๆอย่างไร้จุดหมายในชีวิต และก็สงสัยว่าเหตุใดตนเองจึงไม่ไปไหนซ่ะที มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงสถานที่หนึ่งได้หากคุณไม่รู้ว่าจะไปไหน
คุณต้องทำการตัดสินใจอย่างจงใจชัดเจน เกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการทำให้สำเร็จในชีวิต หากคุณล้มเหลวที่จะวางแผน คุณก็กำลังวางแผนที่ล้มเหลว จิตใต้สำนึกของคุณสามารถกดปุ่มให้ทำงานได้ด้วยเป้าหมายที่เป็นภาพของสิ่งที่คุณต้องการอันชัดเจนและมุ่งเป้าเท่านั้น เมื่อคุณตัดสินใจว่าเป้าหมายใดแล้ว กดปุ่มทำงานระบบกลไกค้นหาเป้าหมายที่อยู่ในระดับจิตใต้สำนึกให้ออกมาทำงาน มันก็เคลื่อนที่เข้าสู่เป้าหมายของคุณและเป้าหมายของคุณก็วิ่งเข้าหาคุณในขณะเดียวกัน