คุณต้องคิดเรื่องการพัฒนาตัวเอง หากต้องการคิดอย่างผู้ชนะ ความท้าทายและความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่งในชีวิต คือการสร้างและมองไปข้างหน้าสู่การพัฒนาตัวเองในขั้นต่อไป หากอุทิศตนให้กับโปรแกรมการเติบโตและพัฒนาตนเองแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดคุณได้จากการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในชีวิตของคุณ สิ่งใดก็ตามที่คุณลงเอยด้วยการสัมฤทธิ์ผลเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากแรงพยายามของคุณที่จะปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ คุณไม่มีวันล้มเหลวโดยปราศจากความยินยอมของคุณ โดยที่ไม่มีใครสามารถที่จะห่วงใยเกี่ยวกับตัวคุณได้มากไปกว่าคุณ ความรับผิดชอบจึงตกอยู่กับคุณเอง เพื่อทำให้กระบวนการนี้เคลื่อนที่ไป ที่จะเริ่มการปฏิบัติ และที่จะทำให้มันเกิดขึ้น
การพัฒนาตนเองต้องการ 2 สิ่ง ได้แก่ การยอมรับว่าคุณไม่รู้ทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อที่จะเดินหน้าและการมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้ แน่นอน มันต้องการอุทิศและการทำงานหนักในปริมาณหนึ่ง ความตั้งใจและเต็มที่ที่จะเสียสละความพอใจระยะสั้น เพื่อให้ได้ในระยะยาว ผู้ชนะทำสิ่งที่พวกเขาต้องทำเสมอ ทำในเวลาที่พวกเขาต้องทำมัน เพราะพวกเขารู้ว่าสิ่งนี้ คือ ราคาของความสำเร็จ
งานศึกษาทุกชิ้นพบว่า ผลงานการปฏิบัติระดับสูงสุดเริ่มต้นด้วยช่วงการเตรียมตัวและการฝึกฝน ไม่ใช่ในช่วงลงมือทำกิจกรรมให้เสร็จ นักกีฬาใช้เวลาหลายต่อหลายชั่วโมงในสนามฝึกซ้อมมากกว่าที่ใช้เวลาในการแข่งจริง การฝึกฝนทักษะซ้ำๆนั่นเองที่สร้างความแตกต่างระหว่างผู้แสดงผลงานระดับกลางๆ กับผู้แสดงผลงานระดับสูงยอด ผู้แสดงงานระดับสุดยอดสร้างมันด้วยตนเอง พวกเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมเครื่องยนต์สร้างทักษะอันเหนือชั้นที่สร้างแชมป์เปี้ยน
ผู้คนจะสะท้อนสิ่งที่พวกเขากำลังคิดอยู่ภายในออกมาสู่ภายนอก คุณภาพของชีวิตภายนอกเป็นการสะท้อนคุณภาพการคิดที่อยู่ภายในตัวคุณ แต่ละขั้นตอนที่คุณดำเนินไป การปรับปรุงเล็กน้อยที่คุณทำแต่ละครั้ง จะเสริมเติมเข้าสู่เหตุการณ์แวดล้อมภายนอกของคุณ คุณจะสะสมประโยชน์จากทุกสิ่งที่คุณมีขณะที่คุณเริ่มพัฒนาทักษะทางความนึกคิดของคุณ คุณจะสะสมรางวัลเชิงวัตถุ การเงิน และอารมณ์ ตามสัดส่วนโดยตรงกับการเตรียมพร้อมทางความนึกคิดจิตใจที่คุณกระทำ คุณจะต้องทำงานหนักกับตัวเอง ดังที่ ซิก ซิกล่าร์ กล่าวไว้ว่า 'เมื่อคุณทำงานหนักกับตัวเอง ชีวิตก็จะง่ายขึ้นกับคุณ แต่เมื่อคุณง่ายกับตัวเอง ชีวิตก็จะยากขึ้นกับคุณ'
จงอย่าใช้เวลาว่างของคุณ ทำสิ่งที่ไม่ส่งเสริมสิ่งใดต่อการพัฒนาของคุณให้มากขึ้นไปอีก เช่น การดูทีวี การเข้าสังคมที่ไร้สาระ ฆ่าเวลาด้วยการเล่นเกมส์ อ่านหนังสือพิมพ์ทุกหน้า ดูข่าวที่เพิ่มความหดหู่ ด่าทอสังคม หรือเพียงแค่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆโดยไม่ทำอะไร ผู้คนส่วนใหญ่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แทบจะทุกเย็น และสุดสัปดาห์กับสิ่งที่มีค่าน้อยนิด ไม่ใช่ว่าคุณต้องกำจัดทุกเรื่องออกไปจากชีวิตคุณ ทว่าคุณต้องลดมันอย่างมหาศาล เพื่อที่จะนำเวลาไปใส่ในตารางกิจกรรมที่สร้างผลผลิตของคุณให้มากขึ้นได้
คุณสามารถสับไกเรียกความปรารถนาและความกระตือรือร้นให้ออกมาทำงาน ในโปรแกรมพัฒนาตนเองได้ด้วยการกำหนดเป้าหมายที่สูงกว่างานที่กำลังทำในปัจจุบันมากๆ คุณอยากจะทำรายได้ต่อปีให้เป็นสองเท่าหรือไม่? คุณสามารถแม้กระทั่งจะเริ่มรับรู้ความรู้สึกว่ากำลังหารายได้มากขึ้นเป็นสิบเท่า ของที่คุณกำลังหาได้ตอนนี้หรือเปล่า? ความเป็นจริงก็คือว่า คุณสามารถทำได้หากคุณเริ่มกระบวนการ การเรียนรู้ในสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ
การพัฒนาตัวเองเป็นหินรองก้าวสู่ความสำเร็จ ทำให้มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณจะล้มเลิกไม่ทำในแต่ละวัน ไม่ใช่ล้มเลิกเป็นสิ่งแรก ปกติรายการทีวี การพูดคุย สามารถรอคอยได้ แต่จงอย่า ปล่อยเวลาให้ผ่านไปหนึ่งวันโดยที่คุณไม่ได้ลงทุนในตัวเองอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชั่วโมงเด็ดขาด คุณสมควรเอาใจใส่เท่านี้เป็นอย่างน้อย มุ่งเป้าไปที่การทำงานหนักกับตัวเองอย่างที่คุณทำกับงานของคุณ แล้วคุณจะมีสิ่งต่างๆในส่วนที่ถูกต้องเหมาะสม
หากคุณใช้เวลาหนึ่งชั่วต่อวันอ่านหนังสือ คุณจะอ่านได้ประมาณ 1 เล่มต่อสัปดาห์ หรือ 52 เล่มต่อปี ความรู้ที่คุณได้จากการอ่านหนังสือ 52 เล่ม จะแยกคุณออกจากผู้คนรอบๆตัวคุณ และให้เทคนิคนำชัยแก่คุณไม่ว่าคุณจะอยู่ในสายอาชีพใดก็ตาม เช่นเดียวกับอาหารดีๆที่เข้าสู่ร่างกาย การอ่านก็เป็นโภชนาการสำหรับจิตใจเช่นกัน มันจะบังคับให้คุณพิจารณาไอเดียและแนวความคิดใหม่ๆ ประเมินความเชื่อเก่าๆเสียใหม่ และทำให้ขอบฟ้าของคุณกว้างไกลออกไป
คนที่ไม่อ่านหนังสือดีๆ ไม่มีข้อได้เปรียบเหนือคนที่ไม่สามารถอ่านมันได้ ' มาร์ก ทเวน