คุณเชื่อเรื่องมหัศจรรย์ไหม? 'ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องมหัศจรรย์ ก็จะไม่มีวันได้พบ' โรอัลด์ ดาห์ล
เมื่อเราส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กอยู่ ความรู้สึกของเราช่างละเอียดอ่อนงดงาม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอะไรดีๆทุกๆวันดูจะมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นและน่าผจญภัยมากขึ้น ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความสนุกสนานมหัศจรรย์ได้ แต่ด้วยอะไรไม่รู้ พอเราโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ความรับผิดชอบ ปัญหา อุปสรรค พากันประดังประเด จนเราหลุดออกมาจากความสนุกสนานแบบนั้นไป ความมหัศจรรย์ที่เคยื่อแบบเด็กๆก็ค่อยๆจางหายไปด้วย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราชอบอยู่กับเด็กๆ เพื่อที่จะได้รับประสบการณ์แบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยรู้สึก แม้จะเป็นชั่วขณะก็ตาม
จริงแล้ว ความมหัศจรรย์ที่คุณเคยเชื่อนั้นเป็นความจริง แต่แง่มุมในชีวิตของความเป็นผู้ใหญ่ที่ทำให้เราหลุดออกมานั้นต่างหากที่เป็นเรื่องไม่จริง ความมหัศจรรย์แห่งชีวิตคือของแท้ แท้เท่ากับความเป็นตัวของคุณ อันที่จริงชีวิตนั้นน่าพิศวงยิ่งกว่าที่คุณเคยคิดเมื่อตอนเป็นเด็กเสียอีก ทั้งยังน่าประหลาดใจ น่าทึ่งกว่า และน่าตื่นเต้นกว่าอะไรๆที่คุณเคยพบมาแล้ว พอคุณรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะดึงความมหัศจรรย์กลับมาได้ คุณจะใช้ชีวิตอย่างฝันเลยทีเดียว แล้วจากนั้นคุณจะสงสัยว่า นี่คุณเลิกเชื่อในความมหัศจรรย์ของชีวิตไปได้อย่างไรน่ะ 'the Magic by Rhonda Byne
ผู้ที่สำนึกรู้คุณจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่ไม่ สำนึกรู้คุณ จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย 'พระคริสธรรมคัมภีร์
'เมื่อเจ้าลุกขึ้นในยามอรุณรุ่ง จงขอบคุณต่อแสงแห่งอรุณ
เพื่อชีวิตและความเข้มแข็งของเจ้า จงขอบคุณอาหารที่เจ้ากิน และความรื่นรมย์ของชีวิต
ถ้าเจ้าไม่เห็นเหตุผลในการรู้คุณ ความวิบัติจะเกิดแก่เจ้า ' เทคัมเซ
เพืีอที่จะ 'ได้รับ' คุณก็ต้อง 'ให้' นี่คือกฏ การสำนึกรู้คุณคือการให้ การขอบคุณ ถ้าไม่ให้ คุณก็ตัดตนเองออกจากความมหัศจรรย์และจากการได้รับ ทุกอย่างที่คุณต้องการในชีวิต
เมื่อเราไม่สำนึกรู้คุณ เท่ากับเรากำลังทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เวลาทึกทักแบบนี้ เราก็กำลังยึดเอาจากตัวเราเองโดยไม่ตั้งใจ กฏแห่งการดึงดูดกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เหมือนกันจะมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้น ถ้าเราทึกทักว่าสิ่งต่างๆเข้ามาในชีวิตของเราเอง เราก็ถูกดึงกลับไปเป็นผลตอบแทน
ความรู้คือทรัพย์ แต่การปฏิบัติคือกุญแจไปสู่ทรัพย์นั้น ' อิบนุ คอลดูนอัลมุก็อดดิมะฮุ
เพื่อได้พบความมหัศจรรย์ในชีวิต 'ขอบคุณ' ต้องเป็นคำสองคำที่คุณจะพูดอย่างตั้งใจและรู้สึกให้ได้มากกว่าคำอื่นใด สองคำนี้จะต้องเป็นเอกลักษณ์ของคุณ ขอบคุณคือ สะพานที่คุณจะข้ามจากจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ไปสู่ชีวิตในฝัน
สูตรความมหัศจรรย์คือ
1. คิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ
2. ยิ่งคิดและกล่าวคำมหัศจรรย์อย่างตั้งใจว่า ขอบคุณ ให้มากขึ้นเท่าใด คุณก็จะยิ่งรู้สึกสำนึกรู้คุณมากขึ้นเท่านั้น
3. ยิ่งคิดและรู้สึกสำนึกคุณอย่างตั้งใจมากขึ้นเท่าใด คุณก็จะได้รับความสมบูรณ์พูนสุขมากขึ้นเท่านั้น
การสำนึกรู้คุณเป็นความรู้สึก ดังนั้น จุดมุ่งหมายสูงสุดในการปฏิบัติการสำนึกรู้คุณก็คือ รู้สึก สำนึกรู้คุณอย่างตั้งใจให้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะแรงความรู้สึกของคุณนั่นเองที่เร่งกระบวนการมหัศจรรย์ในชีวิตคุณ กฏของนิวตันคือ หนึ่งแลกหนึ่ง นั่นคือ คุณให้อะไรไปก็จะได้รับเท่ากัน หมายความว่า หากคุณเพิ่มความรู้สึกสำนึกรู้คุณ ผลลัพธ์ในชีวิตจะขยายให้ เท่ากับความรู้สึกของคุณ ยิ่งความรู้สึกแท้จริงมากเท่าใด ยิ่งสำนึกรู้คุณจริงใจมากเท่าใด ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปเร็วขึ้นเท่านั้น
ขณะแสดงการสำนึกรู้คุณ เราต้องไม่ลืมว่า การสำนึกบุณคุณอันสูงสุด ใช่เพียงการเอ่ยถ้อยคำออกมา หากต้องให้เป็นเนื้อเดียวกับชีวิต 'จอห์น เอฟ เคนเนดี้
พิจารณาสิ่งดีๆในชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นสิ่งที่คนทุกคนมีอยู่มากมาย อย่าไปใส่ใจสิ่งเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งใครๆย่อมประสบอยู่บ้าง " ชาร์ลส์ ดิกเกนส์
วาจานั้นทรงพลังนัก ดังนั้นเมื่อคุณบ่นใคร คุณก็ได้ทำลายชีวิตคุณเองโดยแท้ ชีวิตคุณเองต่างหากที่เดือดร้อน ด้วยกฏแห่งการดึงดูด ไม่ว่าคุณจะพูดหรือคิดถึงใครอย่างไร คุณก็นำสิ่งนั้นเข้าสู่ตัวคุณ นี่แหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมนักปราชญ์และบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ของโลกจึงบอกให้เราสำนึกรู้คุณ พวกท่านรู้ดีว่า เพื่อให้คุณได้รับมากขึ้นในชีวิตของคุณ เพืีอให้ชีวิตคุณมีแต่ความเพิ่มพูนอย่างน่ามหัศจรรย์คุณต้องสำนึกรู้คุณคนอื่นในแบบที่เขาเป็น