เมื่อคุณอยากให้คนอื่นทำอย่างหนึ่ง แต่พวกเขาไปทำอีกอย่างหนึ่ง อัตตาของคุณจะเข้ามาครอบงำและปัญหาก็เกิดขึ้น ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นทำ แต่อยู่ที่คุณมองมันอย่างไรต่างหาก พวกเขาไม่ได้รู้สึกกับอะไรสิ่งที่ทำ แต่คุณกลับเอาความสุขของตัวเองไปอิงกับคนอื่น แทนที่จะที่ตัวเอง
ในความรัก ความสัมพันธ์ เมื่อเวลาผ่านไป เราเริ่มรู้สึกราวกับว่า คนๆนั้นคือส่วนหนึ่งที่ต่อขยายออกไปจากตัวเรา เราจึงเข้าไปควบคุมเขาโดยไม่รู้ตัว บางทีเราอาจมองว่า ตัวเองมีคู่ครองที่ดี แต่ส่วนมากจะเป็นการควบคุมซ่ะมากกว่า เราเริ่มเอาความสุขของเราไปอิงอยู่กับคนๆนั้น แล้วหวังว่าเขาต้องทำอะไรเพื่อเรา เขาต้องทำอย่างที่เราอยากทำ คิดเหมือนๆกับเรา... นั่นเกิดขึ้น ในความคิดของตัวเราคนเดียว
เมื่อเวลาผ่านเลยจนเป็นความเคยชิน เราก็ไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะกับคนพิเศษคนนั้นอีกต่อไป เราเริ่มคิดว่าเรารู้จักเขาหรือเธอดีเหลือเกิน จนไม่ใส่ใจให้เวลากับเขาอย่างที่เคยผ่านมา เราอาจพูดคุยกับคนพิเศษนี้อยู่ แต่ขณะเดียวกันก็ทำอย่างอื่นไปด้วย เช่น คุยโทรศัพธ์กับคนอื่น พูดแต่เรื่องคนอื่นกับคนพิเศษ ระบายอารมณ์อย่างเต็มที่โดยไม่ใส่ใจความรู้สึกที่เขามีอยู่หรือความรู้สึกหลังฟังเรืีองราวจากเรา,เล่นเกมอย่างเมามันโดยไม่สนใจเขาหรือเธอเลย พร้อมที่จะรับโทรศัพท์จากคนอื่นเสมอเมื่ออยู่กับเขาหรือเธอ... สิ่งต่างๆที่เราทำโดยไม่รู้ตัวนี้ สร้าง และขยายช่องว่างระหว่างเรากับคนพิเศษของเรา ให้ห่างออกไปเรื่อยๆ บางคนที่ฉุกคิดได้ ก็โชคดีไป แต่บางคนก็ปล่อยความสัมพันธ์ที่เคยพิเศษนั้นไปตามยถา
สุดยอดซีเคร็ต สำหรับความสัมพันธ์คือ เมื่อเราตั้งใจอยู่กับปัจจุบันขณะ เมื่อเรามั่นคงในตัวเอง และรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคนอื่น เราก็จะให้และรับอย่างทัดเทียม การกระทำเช่นนี้มอบอำนาจแก่ทั้งสองฝ่าย แทนที่จะควบคุมกันและกันเพื่อให้ตนรู้สึกมีอำนาจ เราต่างก็เสริมพลังซึ่งกันและกันโดยเข้าไปมีส่วนร่วมในปัจจุบันขณะอย่างจริงจัง
ความสัมพันธ์คือสิ่งหนึ่งที่จักรวาลมอบให้คุณเป็นของขวัญ ความสัมพันธ์แรกสุดและสำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์กับตัวคุณเอง เมื่อคุณรักตัวเอง คุณก็จะเยียวยาตัวเองได้ เมื่อคุณรักตัวเอง คุณจะกลายเป็นแม่เหล็กที่ผู้คนอยากเข้าไปหา คุณจะเริ่มดึงเอาคนอื่นๆและความสัมพันธ์ใหม่ๆเข้ามา ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความรัก ขึ้นอยู่กับการไม่ตัดสิน ขึ้นอยู่กับการยอมรับโดยสิ้นเชิง จักรวาลก็อยากให้คุณมากยิ่งๆขึ้นไป คุณพร้อมจะยอมรับมันหรือยัง?
ความสัมพันธ์เป็นเรื่องสองทาง ไม่ใช่แค่ให้ได้มาและได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ แต่ยังเป็นเรื่องการให้ออกไปด้วย แต่ละคนควรมีความรับผิดชอบเต็มร้อยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ถ้าคุณรับผิดชอบเพียงครึ่งๆกลางๆ ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ดีหรือไม่ ก็จะมีอยู่อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่เป็นผลอยู่ดี
แนวคิดที่ว่า 'ฉันอยู่โดยปราศจากคุณไม่ได้' เป็นสิ่งที่น่าสลดใจ แนวคิดที่ว่าฉันต้องการใครสักคนเพื่อเติมเต็มชีวิต ฉันต้องการใครสักคน ไม่งั้นชีวิตฉันก็ไร้ค่า เหล่านี้ คือ คนที่ดูละครมากไป มันเป็นเรื่องที่น่าสลดใจจากคำเหล่านี้ ไม่มีใครสามารถเติมเต็มชีวิตของคุณได้ ถ้าคุณไม่เป็นคนเติมเอง จะช้าหรือเร็วกว่าคุณจะตระหนักได้ แต่สิ่งนี้ก็เป็นตามนี้อยู่ดี
คุณรู้ไหมว่า รอบข้างคุณ มีคนที่เหงาอยู่มากเท่าใด ถ้าคุณรู้สึกเหงา ขอบอกความลับหนึ่งให้ คุณจะเหงาไปจนกว่าคุณจะเป็นเพื่อนกับตัวเองได้ ถ้าคุณมองหาเพื่อนภายนอก คุณกำลังมองหาผิดที่ คุณต้องมองกลับมาข้างใน เมื่อคุณมองตัวเองจริงๆ คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองและรักตัวเอง
แนวคิด 'พอเพียง' เป็นแนวคิดหนึ่งที่ไม่ได้สอนกันในโรงเรียน บางครั้งสิ่งที่พอเพียงสำหรับคนๆหนึ่ง อาจไม่พอเพียงสำหรับคนอื่น และเราก็ต้องการมากขึ้น เมื่อต้องการมากขึ้น เราก็เริ่มสร้างความผิดหวังให้ตัวเอง เพราะเรามักไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ
บางครั้งสิ่งต่างๆเป็นไปตามอย่างที่เรามุ่งหวัง แต่บางครั้งก็ไม่เป็นเช่นนั้น เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน นั่นคือจังหวะและการพลิ้วไหวของชีวิต ทุกชีวิตต่างเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ เมื่อเรามองเห็นความเป็นไปได้นั้น เราก็จะเห็นว่าความผิดพลาดไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่เป็นบทเรียนที่ช่วยให้เราเติบโตขึ้นต่างหาก
เราจะได้เรียนรู้มากขึ้นจากความผิดพลาด ความผิดพลาดคือ วิธีที่ผนวกเข้ามาในรากฐานแห่งภูมิปัญญาอันน่ามหัศจรรย์ ถ้าใครที่บอกว่าไม่เคยผิดพลาด ก็เท่ากับเขาไม่เคยได้เรียนรู้อะไรเลย
'ความสุข คือ การเลือกเอาความคิด ที่ทำให้คุณรู้สึกดี'